สถานการณ์ตลาดบริการรับสร้างบ้าน

June 30th, 2014

ปัจจุบันการแสวงหาที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวของผู้บริโภค แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ใหญ่ๆ ได้แก่การสร้างบ้านบนที่ดินตนเองและการสร้างบ้านโดยผู้ประกอบการจัดสรร ซึ่งในส่วนของการสร้างบ้านบนดินของตนเองจะแบ่งออกได้เป็น การสร้างบ้านโดยบริษัทรับสร้างบ้าน การสร้างบ้านโดยบริษัทรับเหมาก่อสร้างและการสร้างโดยผู้รับเหมาอิสระ การสร้างบ้านบนที่ดินตนเองนั้นเป็นทางเลือกหนึ่งโดยเฉพาะผู้ที่มีที่ดินอยู่เอง ซึ่งในอดีตเมื่อยังไม่มีธุรกิจจัดสรรนั้นการสร้างบ้านทั้งหมดจะเป็นไปในลักษณะของการสร้างบ้านเองหรืออาจจะมีการจ้างผู้รับเหมา หลังจากที่มีธุรกิจจัดสรรเกิดขึ้นส่วนหนึ่งของการสร้างบ้านก็จะเลือกซื้อบ้านจัดสรรซึ่งสร้างโดยผู้ประกอบการจัดสรร

ในส่วนของการขยายตัวของที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวนั้นมีการขยายตัวและชะลอตัวเล็กน้อยในแต่ละปีซึ่งจะไม่รุนแรงเหมือนกับที่อยู่อาศัยแบบบ้านเดี่ยวประเภทจัดสรร และการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองนั้นมีปริมาณที่ค่อยๆลดลงเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน สำหรับสถานการณ์ตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านได้รับผลกระทบที่เกิดจากต้นทุนค่าก่อสร้างที่สูงขึ้น ซึ่งมีปัจจัยหลัก คือ การปรับค่าแรงขั้นต่ำและการปรับตัวสูงขึ้นของค่าวัสดุก่อสร้างซึ่งส่งผลให้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกบริษัทรับสร้างบ้านในการสร้างบ้านบนที่ดินตนเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สร้างความสำเร็จด้านยอดขายให้กับผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน ซึ่งปัจจุบันลูกค้าไม่ได้ให้ความสำคัญที่ราคาถูกเป็นหลักแต่จะ ให้ความสำคัญกับคุณภาพของงานก่อสร้างและความน่าเชื่อถือ ดังนั้นบริษัทรับสร้างบ้านจึงควรจะให้ความสำคัญกับการทำงานและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัท

สำหรับแนวโน้มของธุรกิจรับสร้างบ้านอาจจะมีการขยายตัวไม่มากนักเพราะความต้องการของผู้บริโภคหรือตลาดอยู่ในภาวะอิ่มตัว ซึ่งไม่เฉพาะบ้านสร้างเอง แต่รวมถึงบ้านเดี่ยวโครงการบ้านจัดสรรก็ชะลอตัวตามด้วย เหตุผลสำคัญเป็นเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมานิยมเลือกที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมมากขึ้น โดยเฉพาะแนวรถไฟฟ้า เนื่องจากที่ดินมีราคาแพงและการจราจรที่ติดขัดมาก ดังนั้นในส่วนของผู้ประกอบการที่เน้นทำตลาดโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ จึงจำเป็นต้องมีการปรับตัวอย่างมาก เพราะมีผู้ประกอบการแข่งขันกันอยู่มากรายและรุนแรง ดังนั้นผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงเป็นที่น่าเชื่อถือเท่านั้น ที่จะมีความได้เปรียบ สำหรับรายเล็กๆ อาจต้องเลือกเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มมากขึ้น

Tags:

ธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้างเปิดโอกาสกว้างสำหรับผู้ประกอบการไทย

May 27th, 2014

ธุรกิจบริการนับเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่สำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับประเทศและระดับโลกซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจบริการไทยจะต้องปรับตัวและก้าวให้ทันต่อกระแสโลกาภิวัฒน์ เพื่อก่อให้เกิดเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้างที่มีความสำคัญในระบบเศรษฐกิจที่จะช่วยให้ประเทศมีความมั่นคงยิ่งขึ้น จะเห็นได้จากค่าผลิตภัณฑ์ และปริมาณงานก่อสร้างภายในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นน่าจะเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างของไทย โดยมีปัจจัยสนับสนุนด้วยกันดังนี้4568

ปัจจัยสนับสนุนธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้างของไทย

บริการรับเหมาก่อสร้างเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพสูง เนื่องจากมีความชำนาญทางวิศวกรรมที่มีความสามารถทัดเทียมหรือเหนือกว่าวิศวกรของบางประเทศและแรงงานไทยที่มีความชำนาญทั้งงานก่อสร้างและงานระบบเพราะไทยมีอุตสาหกรรมสนับสนุนที่เข้มแข็งโดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุก่อสร้าง

เศรษฐกิจประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแรง ที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้นกระตุ้นให้เกิดความต้องการที่จะลงทุนในสิ่งก่อสร้างต่างๆ เช่น ที่อยู่อาศัยอาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรมและอื่นๆ รวมทั้งปริมาณงานก่อสร้างภายในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นน่าจะเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างของไทย อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรมองหาโอกาสตลาดในต่างประเทศควบคู่กันไปด้วย

เนื่องจากธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้างเป็นหนึ่งในธุรกิจเป้าหมายหลักที่ไทยต้องการสนับสนุนให้สร้างรายได้จากต่างประเทศ เนื่องจากผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในระดับที่แข่งขันได้ จากการที่บริษัทก่อสร้างของไทยหลายรายมีประสบการณ์ในการรับเหมางานก่อสร้างในต่างประเทศมาแล้ว นอกจากนี้ การสนับสนุนการขยายตลาดออกไปยังต่างประเทศจะเป็นก้าวย่างสำคัญในการยกระดับศักยภาพ และสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจก่อสร้างของไทยให้มีมาตรฐานการดำเนินงานในระดับสากล ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับโอกาสที่จะมาจากการเปิดเสรีภาคการบริการ ซึ่งรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างด้วย

ฉะนั้นการให้บริการในส่วนของธุรกิจด้านก่อสร้างจึงเป็นธุรกิจที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยได้เป็นอย่างดี ที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นรวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนได้ให้ความสำคัญต่อการขยายช่องทางธุรกิจด้านการบริการในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งธุรกิจก่อสร้างก็เป็นหนึ่งในธุรกิจเป้าหมายหลักที่ไทยต้องการสนับสนุนให้สร้างรายได้จากต่างประเทศ

 

Tags: ,

แนวโน้มตลาดบริการก่อสร้างรับสร้างบ้านปี 2557มีโอกาสและเป็นขาขึ้น

April 21st, 2014

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมก่อสร้างมีความคึกคักมาก ทั้งการก่อสร้างในส่วนของโครงการภาครัฐ ที่มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ในกรุงเทพฯและปริมณฑล การก่อสร้าง และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอื่น อาทิ การขยายโครงข่ายถนนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด และและการปรับปรุงโครงสร้างทางรถไฟโดยเปลี่ยนมาใช้รางที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและใช้หมอนคอนกรีตแทนหมอนไม้

ส่วนการก่อสร้างของภาคเอกชน ก็มีการเติบโตออกไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ เนื่องจากกิจกรรมเศรษฐกิจของภาคเอกชนขยายตัวไปในต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการเติบโตของการค้าและการลงทุน เช่น อุดรธานี สุราษฎร์ธานี และเชียงราย เป็นต้น แม้ว่าการขยายตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้างจะหนุนให้กลุ่มผู้รับเหมาปรับตัวดีขึ้น แต่ก็กลับสร้างแรงกดดันและนำมาซึ่งอุปสรรคให้แก่ผู้ประกอบการ เช่น การเติบโตของโครงการก่อสร้างหลายโครงการในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน มีผลกระตุ้นให้ราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ เนื่องจากอุปสงค์สินค้าวัสดุก่อสร้างขยายตัว นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนกำลังแรงงานเพิ่มขึ้น

สำหรับทิศทางตลาดก่อสร้างบ้านปี 2557 ยังเป็นโอกาสและถือเป็นช่วงขาขึ้น สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่เน้นบุกตลาดในภูมิภาคหรือต่างจังหวัดเป็นหลัก เนื่องเพราะความนิยมของผู้บริโภคที่หันมาเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่มีมาตรฐานและน่าเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น กอปรกับปัญหาขาดแคลนแรงงานและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยๆ ประสบปัญหา และไม่อาจรับงานสร้างบ้านได้โดยตรงกับผู้บริโภค นอกจากนี้ ทิศทางการขยายตัวของการลงทุน ทั้งของกลุ่มทุนขนาดใหญ่และขนาดกลางออกไปในภูมิภาค ส่งผลให้มีการโยกย้ายถิ่นอาศัยของคนในเมืองหลวงออกไปสู่ภูมิภาค และคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในเมืองหลวง ก็มีการย้ายกลับภูมิลำเนาเดิมเพราะมีการจ้างงานและได้ค่าจ้างไม่ต่างกัน ทำให้ความต้องการบ้านหรือที่อยู่อาศัยเพิ่มตามมา ทั้งบ้านหลักแรกของคนทำงานรุ่นใหม่ และบ้านหลังที่สองของนักธุรกิจที่ขยับขยายการลงทุนออกไปในต่างจังหวัดทุกภูมิภาค

แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะยังเป็นปัจจัยหรือตัวแปรสำคัญ ที่มีผลกระทบต่อกำลังซื้อของกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านที่อาจชะลอตัวลง รวมทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศที่ชะลอตัว อันเนื่องจากภาคการส่งออกและภาคการผลิตที่ปรับตัวลดลง แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านที่มีการปรับตัวมาก่อนหน้านี้หลายๆ ด้าน และผู้ประกอบการกลุ่มวัสดุที่แตกไลน์มาสู่ธุรกิจรับสร้างบ้านรายใหม่ๆ พร้อมร่วมกันเปลี่ยนตลาดรับสร้างบ้านจากเดิมมุ่งทำตลาดอยู่เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปสู่การขยายตลาดออกไปได้ทั่วประเทศ ทำให้ปริมาณและมูลค่ารวมตลาดรับสร้างบ้านสร้างบ้านขยายตัวได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมๆ กับมีการนำระบบการก่อสร้างสำเร็จรูปจากโรงงานผลิต หรือนำระบบการก่อสร้างระบบแห้งมาใช้มากขึ้น ซึ่งอาจจะมีต้นทุนที่สูงกว่าการใช้แรงงานแบบเดิมๆ แต่สามารถผลิตหรือสร้างบ้านได้จำนวนหน่วยมากขึ้น ที่สำคัญสามารถควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการสร้างบ้านให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคได้เป็นที่พอใจ ทั้งหมดเป็นเหตุผลสนับสนุนว่าตลาดรับสร้างบ้านในปี 2557 จะยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่องจากปีที่แล้ว

Tags: ,

ทิศทางรับเหมาก่อสร้าง 2557 แนวโน้มตลาดที่สูงขึ้น

March 20th, 2014

แม้ว่าสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาคึกคักอีกครั้งส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ แต่สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างแล้วยังไม่สดใสเท่าที่ควร เพราะนอกจากจะต้องหาวิธีรับมือการปรับค่าแรง 300 ทั่วประเทศในวันปีใหม่นี้แล้ว ยังต้องเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มว่าตลาดรับ เหมาก่อสร้างจะยิ่งมีการแข่งขันสูงมากขึ้น ทั้งจากผู้รับเหมารายใหญ่และผู้รับเหมารายย่อยทั่วประเทศ

การขยายตัวของโครงการคมนาคมและการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ในปัจจุบันอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยมีการพัฒนาขีดความสามารถในด้านงาน รับเหมาก่อสร้างมากขึ้น โดยเฉพาะผู้รับเหมารายใหญ่ที่แทบจะกลืนกินผู้รับเหมารายย่อยจากความได้ เปรียบทางด้านชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ สภาพคล่องและอัตราการต่อรองที่มีมากกว่า ทำให้ผู้รับเหมารายย่อยถูกจำกัดตลาดให้แคบลง โดยในช่วงครึ่งปีแรกจากจำนวนงานก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยทั้งหมด มีผู้รับเหมารายใหญ่ที่ได้งานไปมากกว่า 50%

“สถานการณ์อุตสาหกรรมก่อสร้างมีแนวโน้มว่าจะกระเตื้องขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีนี้เป็นต้นไป ทั้งในส่วนงานรับเหมาช่วงและงานรับเหมาฐานราก ซึ่งแม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะซบเซาจากการชะลอตัวของโครงการก่อสร้างที่อยู่ อาศัยที่ยังไม่ฟื้นตัวจากวิกฤตน้ำท่วม ทำให้ปริมาณงานสะสมของผู้รับเหมาลดน้อยลงในขณะที่งานใหม่ก็ยังคงชะลอตัว แต่เราคาดว่าปริมาณงานจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์ในไตรมาสแรกของปี 2556 นี้ และเริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2556 เป็นต้นไป หลังจากที่ผู้รับเหมาปรับตัวกับปัญหาค่าแรงได้แล้ว

ทั้งนี้ โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ทยอยเปิดตัวโครงการใหม่ๆมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนใหญ่จะเป็นของผู้ประกอบการอสังหาฯในตลาดหลักทรัพย์ ส่งผลให้งานก่อสร้างตกเป็นของผู้รับเหมารายใหญ่แทบทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่งานรับเหมาฐานราก ทำให้การแข่งในตลาดมีอัตราที่สูงขึ้นจากการแย่งงานกัน และเกิดการตัดราคากันอย่างรุนแรงระหว่างผู้รับเหมาด้วยกันเอง จนส่งผลต่ออัตราความเสี่ยงที่ผู้รับเหมาต้องแบกรับภาระเอาไว้เอง และเป็นสาเหตุของการเกิดปัญหาทิ้งงานและปัญหาด้านคุณภาพมาตรฐานงานก่อสร้าง ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ไม่เพียงแต่ผู้รับเหมารายย่อยเท่านั้นที่ต้องมีการปรับตัวให้เข้า กับสถานการณ์เพื่อความอยู่รอดในตลาดอสังหาฯและอุตสาหกรรมก่อสร้าง แต่ในอนาคตหากมีการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน(AEC) จะเป็นโอกาสของผู้รับเหมาจากต่างประเทศที่จะเข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรมก่อสร้างบ้านเราด้วย

ดังนั้นผู้รับเหมาไทยไม่ว่ารายเล็กหรือรายใหญ่ต่างก็ต้องเร่งปรับตัว เพื่อเตรียมพร้อมที่จะแข่งขันในตลาดสากลมากขึ้น …เพราะในอนาคตตลาดที่รออยู่ไม่ใช่เพียงแค่ AEC เท่านั้น แต่จะเป็นตลาด Global ที่เปิดกว้างรอ…สำหรับผู้ที่เตรียมพร้อมและพัฒนาอยู่เสมอ!

Tags: , ,

การผลิตสินค้าและบริการให้ตรงต่อความต้องการของตลาด

November 14th, 2013

กลไกของระบบการผลิตเพื่อขาย คือ การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างตลาดกับผู้ผลิต หรือผู้ขายเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การทำงานในระบบนี้จะเริ่มต้นจากการพัฒนาระบบการตลาด คือ ใช้ตลาดเป็นตัวตั้ง ข้อมูลข่าวสารการตลาดจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการส่งสัญญาณความต้องการของตลาดที่มีต่อสินค้าและบริการไปยังผู้ผลิต ผู้ผลิตจะพยายามตอบสนองความต้องการทางด้านตลาดโดยการปรับระบบและวางแผนการผลิตให้สอดคล้องสัมพันธ์กัน

ดังนั้นรูปแบบซึ่งจะทำให้เกิดกลไกการทำงานในระบบนี้จะต้องมีองค์กรและระบบ ข่าวสารการตลาดที่ถูกต้อง แน่นอนชัดเจน หากมีหลักประกันและข้อผูกพันมากเท่าใด ก็จะมีผลทำให้ระบบการผลิตเพื่อขายมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นทางเลือกของรูปแบบที่เหมาะสมของสินค้าแต่ละประเภท ซึ่งอาจจะมีหลายรูปแบบจึงเป็นแนวทางที่จะต้องเร่งรัดสนับสนุนให้มีการขยายผลให้กว้างขวางยิ่งขึ้น รูปแบบการดำเนินงานตามระบบการผลิตเพื่อขายนั้น สำหรับสินค้าการเกษตรประกอบด้วย

- รูปแบบที่มีแนวทางการพัฒนาระบบการผลิตเพื่อขายอย่างมีขั้นตอน มีระบบและมีองค์กรดำเนินงานในเชิงธุรกิจ กล่าวคือ มีเอกชนดำเนินการในระดับท้องถิ่นทำหน้าที่เชื่อมโยงการผลิตกับการตลาด โดยทำหน้าที่เป็นผู้รับคำสั่งซื้อและประสานกับ ผู้ผลิตโดยการวางแผนการผลิตและสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกในปริมาณและคุณภาพที่ตลาดต้องการทำการรับซื้อโดยมีสัญญาข้อตกลง การผลิตเพื่อขายในลักษณะเช่นนี้เป็นรูปแบบที่น่าจะมีความเหมาะสมมากที่สุดรูปแบบหนึ่งสำหรับการผลิตสินค้าใหม่ เพื่อการขายทั้งภายในประเทศและการส่งออก

- ผู้ผลิตสามารถติดต่อกับผู้ซื้อได้ด้วยตนเอง และสามารถนำความรู้และข้อมูลด้านการตลาดมาปรับระบบการผลิตเพื่อขายด้วยตนเองได้โดยตรง รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่ดีอีกรูปแบบหนึ่ง หากสามารถขยายผลให้เกิดขึ้นได้กว้างขวางยิ่งขึ้น มีการจัดตั้งองค์กรให้การสนับสนุนและดำเนินการโดยบริษัทเอกชน เช่น กรณีที่บริษัทในประเทศหรือต่างประเทศเข้ามาดำเนินการให้เกิดการผลิตขึ้น โดยมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน ผู้สนับสนุนการผลิตจะเป็นผู้นำเข้าเมล็ดพันธุ์ เทคโนโลยีและความรู้ทางวิทยาการ รวมทั้งเป็นผู้ควบคุมคุณภาพและมาตรฐานให้ถูกต้องแน่นอน รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่ดีควรแก่การสนับสนุน อย่างไรก็ดีการขยายจำนวนของบริษัทที่ดำเนินงานในลักษณะเช่นนี้คงจะเป็นข้อจำกัดสำคัญ เนื่องจากจะต้องมีการลงทุนสูง และบริษัทดังกล่าวจะต้องมีการทำงานในพื้นที่เป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่องจึงจะสามารถเกิดผลสำเร็จได้อย่างเต็มที่

- ผู้ซื้อมักจะแจ้งความต้องการที่จะรับซื้อผลผลิตและขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก โดยไม่มีข้อผูกพันว่าจะรับซื้อที่ใด อย่างไร คุณภาพใด ราคาเท่าใด และปริมาณมากน้อยเพียงใด รูปแบบการผลิตเพื่อขายลักษณะนี้ได้ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมากในอดีต ซึ่งอาจมีผลเสียหายได้มาก หากมีการสนับสนุนให้เกิดขึ้นต่อไป เกิดขึ้นจากผู้ผลิตพันธุ์เพื่อขาย หรือพ่อค้าเมล็ดพันธุ์สนับสนุนให้เกิดการผลิต ซึ่งผลผลิตจะขายหรือใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่าหรือไม่นั้น ในบางกรณีจะต้องใช้เวลายาวนาน รูปแบบนี้การสนับสนุนจะต้องทำด้วยความระมัดระวังมาก เพราะเกษตรกรมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากอาจมีปัญหาด้านการขาดตลาดรองรับที่แน่นอน

- อุตสาหกรรมการเกษตร มีลักษณะเป็นตลาดข้อตกลงระหว่างผู้ผลิตกับโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร เช่น กรณีของน้ำตาล สับปะรดกระป๋อง รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่มีประโยชน์และควรที่จะสนับสนุนให้ขยายผลต่อไป หากได้มีการปรับปรุงเงื่อนไขสาระสำคัญของข้อตกลง ให้มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายมากขึ้น

« Previous Entries