สภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้างเอื้อให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อย

August 25th, 2015

06

งานก่อสร้างนับว่าเป็นประเภทกิจการที่มีอัตราการประสบอันตรายสูงอย่างต่อเนื่อง อาจเนื่องจากลักษณะเฉพาะของกิจการประเภทนี้ คือ เป็นการปฏิบัติในที่โล่งแจ้ง ต้องสัมผัสความร้อนและฝุ่นละอองได้ง่าย และต้องมีการเร่งงานเพื่อให้ทันสัญญาจ้าง มีการใช้งานคนงานไร้ฝีมือเป็นจำนวนมาก มีการเข้า-ออกของคนงานสูง ประกอบกับสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง รวมทั้งการอบรมให้ความรู้แก่คนงานในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานยังไม่ทั่วถึง จึงทำให้งานก่อสร้างเป็นสภาพงานที่เอื้อให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อย อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในงานก่อสร้าง ได้แก่ เกิดจากการปฏิบัติงานของคนงานก่อสร้าง การแต่งกายไม่รัดกุม สวมใส่รองเท้าแตะ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่สวมใส่เข็มขัดนิรภัยขณะทำงานที่สูง หรือมีการหยอกล้อกันในขณะปฏิบัติงาน อุบัติเหตุที่เกิดในงานก่อสร้างลักษณะของอุบัติเหตุจะมีความแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของงานก่อสร้าง เช่น งานก่อสร้างถนน ลักษณะของการเกิดอุบัติเหตุมักจะเกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องจักร งานก่อสร้างอาคารสูง การทำงานในที่สูง ลักษณะของอุบัติเหตุ มักเกิดจากการพลักตกจากที่สูง เช่น ตกจากนั่งร้าน ,บันได หรือวัตถุหล่นใส่

การทำงานโครงสร้างชั่วคราวลักษณะของอุบัติเหตุมักเกิดจากการพังทลายของโครงสร้างชั่วคราว เช่น นั่งร้าน กำแพงกันดิน เป็นต้นการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ ลักษณะของอุบัติเหตุ จะเกี่ยวข้องกับเครื่องจักรกลล้มหรือพังทลายการใช้เครื่องมือและเครื่องกล ลักษณะของอุบัติเหตุ จะเกิดจากเครื่องมือที่ชำรุดหรือใช้งานไม่ถูกวิธีการใช้ไฟฟ้าชั่วคราว อุบัติเหตุมักเกิดจากการถูกไฟฟ้าช็อต สายไฟชำรุด ไม่มีการระบบการตัดวงจรไฟฟ้าการขนส่งและลำเลียงวัสดุและอุปกรณ์ อุบัติเหตุเกิดจากการเคลื่อนย้ายวัสดุ เช่น อิฐ หิน ไม้ ตกลงมาจากที่สูง การเก็บและวางสิ่งของ ลักษณะของการเกิดอุบัติเหตุ คือการสะดุดล้ม เหยียบตะปู เป็นต้นการดูแลรักษาความสะอาด ลักษณะอุบัติเหตุมักเกิดจากคราบน้ำมัน,น้ำขัง ทำให้ลื่นล้มการทำงานในที่อับอากาศ เกิดจากการขาดอากาศหรือมีแก๊สพิษ เกิดการระเบิด เป็นต้น อุบัติเหตุที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมในการทำงาน คนงานก่อสร้างต้องพบกับสภาพเแวดล้อมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น เสียงดัง แสงจ้าหรือแสงน้อยจนเกินไป ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ควัน กลิ่น เสียงที่ดังมากเกินไป

อันตรายที่เกิดขึ้นในการก่อสร้างในปัจจุบันที่เราควรระมัดระวัง

July 28th, 2015

6

อันตรายที่เกิดขึ้นในการก่อสร้าง หมายถึง อันตรายที่เกิดขึ้นในการก่อสร้างที่เป็นอาคารใหม่ และมาจากการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือซ่อมแซมอาคารสถานที่เดิม เช่น งานทาสี งานตกแต่งภายใน หรืองานรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ทั้งนี้ผู้ทำการก่อสร้าง ผู้รับเหมาช่วง หรือตัวแทนเจ้าของโครงการ และวิศวกรที่ปรึกษาจะต้องตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และมุ่งเน้นให้มีการป้องกันอันตรายตลอดจนเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยแก่คนงาน และผู้ปฏิบัติการงานภาคสนามที่อยู่ในสภาพแวดล้อมซึ่งไม่ถูกสุขลักษณะและเสี่ยงอันตราย ให้มีสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในชีวิตของผู้ปฏิบัติงานหรือผู้เกี่ยวข้อง แทนที่จะตามแก้ไขปัญหาเมื่ออุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นแล้ว เพราะผลกระทบและความเสียหายที่ตามมาจะมีมาก

ผู้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาในเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุ และการรักษาความปลอดภัยในงานก่อสร้าง ดังนี้ ต้องกำหนดให้ผู้ทำการก่อสร้างเตรียมมาตรการป้องกันความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้างและรักษาระเบียบปฏิบัติต่างๆเรื่องความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องต้องกำหนดให้มีการตรวจสอบสภาพหน้างานตลอดจนอุปกรณ์และเครื่องจักรต่างๆที่ใช้อย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา อีกทั้งจะต้องมอบหมายให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้างเป็นผู้รับผิดชอบควบคุม ดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานกำหนดตลอดระยะเวลาการก่อสร้างต้องจัดสรรเครื่องจักรกล เครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ให้ถูกต้องเหมาะสมกับการใช้งาน ตามประเภทและลักษณะงานนั้นๆ ต้องฝึกอบรมช่างผู้ปฏิบัติงานให้สามารถใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างถูกวิธี

การปฏิบัติงานที่ไม่ปลอดภัย เป็นอันตรายที่เกิดจากการปฏิบัติงานของคนงานก่อสร้างอย่างไม่คำนึงถึงความปลอดภัย อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะสาเหตุนี้ ซึ่งผู้มีส่วนร่วมรับผิดชอบคือ หัวหน้างานและตัวคนงานเอง เช่น การใช้เครื่องมือ เครื่องจักรทำงานโดยพลการ หรือไม่ได้รับมอบหมาย ไม่เข้าใจวิธีใช้งานเครื่องมือเครื่องจักรอย่างถูกต้อง ไม่สนใจคำเตือนต่างๆ ประมาทเลินเล่อ เล่นหรือหยอกล้อกันขณะปฏิบัติงาน เป็นต้น สภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ได้แก่ เงื่อนไขต่างๆนอกจากตัวบุคคลที่อาจ ทำให้เกิดอันตรายในการทำงาน ซึ่งสามารถแยกย่อยออกไปได้อีก 2 กรณี อุบัติเหตุที่เกิดจากลักษณะของงานก่อสร้างแต่ละประเภท เช่น อาคารขนาดเล็กอาจมีปัญหาเรื่องการพลัดตกจากที่สูง นั่งร้านพัง วัสดุตกใส่คนงาน อาคารขนาดใหญ่อาจมีปัญหาดินถล่มขณะทำการก่อสร้างชั้นใต้ดิน นั่งร้านหรือค้ำยันพัง อาคารที่ก่อสร้างด้วยระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูปที่ใช้ปั้นจั่นยก อาจมีอันตรายจากการประกอบชิ้นส่วนเป็นต้นว่า ปั้นจั่นเหวี่ยงถูกคนหรือสิ่งก่อสร้าง ลวดสลิงขาด หรือใช้ลวดสลิงไม่ถูกวิธี

วิธีการเลือกบริษัทรับเหมาก่อสร้างให้ได้คุณภาพ

June 28th, 2015

การเลือกบริษัทในการก่อสร้างอาคารหรือบ้านนั้น ต้องคำนึงถึงคุณภาพ เพื่อให้ได้บ้านที่มีคุณภาพ โดยการว่าจ้างในการก่อสร้างมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ แบบแรกเจ้าของช่างจะมองหาช่างที่รู้จัก และจ้างเฉพาะค่าแรง ส่วนวัสดุในการก่อสร้างผู้ว่าจ้างเป็นคนซื้อด้วยตนเอง การว่าจ้างโดยวิธีนี้เจ้าของบ้านคิดว่าจะสามารถควบคุมค่าจ้างได้ในราคาค่อนข้างถูก คุมค่าใช้จ่ายได้ค่อนข้างดี เพราะสามารถเลือกหาซื้อวัสดุในราคาที่ตนมีกำลังซื้อ วิธีการว่าจ้างอีกอย่างหนึ่งก็คือ ให้ช่างเป็นผู้รับเหมาทั้งค่าแรงและค่าวัสดุ วิธีนี้อาจจะจ้างได้ในราคาต่ำที่เจ้าของบ้านพอใจ แต่จะมีปัญหาตามมาเช่นกัน เช่น ไม่สามารถควบคุมมาตรฐานของการก่อสร้างได้ เพราะช่างแต่ละคนมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน และอาจจะไม่ได้แสดงรายการวัสดุให้เจ้าของบ้านเห็นล่วงหน้า และที่สำคัญคืองบประมาณมีโอกาสบานปลายได้เพระไม่มีการวางแผนที่ดีดังกล่าว บริการอีกอย่างหนึ่งที่ลูกค้าจะได้รับ เมื่อสร้างบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้านก็คือ การรับประกันผลงาน หากเป็นบริษัทที่มีมาตรฐานสูงและมีความเป็นมืออาชีพ จะมีเงื่อนไขและระยะเวลาของการรับประกันผลงานที่ลูกค้าจะได้รับประโยชน์มาก เช่น มีระยะเวลาการรับประกันผลงานนานถึง 15 ปี ในปัจจุบันมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างเกิดขึ้นมากมาย ผู้บริโภคจึงต้องเลือกบริษัทที่เป็นมาตรฐานเพื่อให้คุ้มค่ากลับเงินที่สูญเสียไป การเลือกบริษัทก่อสร้างให้ได้คณภาพ มีดังนี้

1.บริษัทต้องมีทีมงานมืออาชีพ โดยบริษัทรับสร้างบ้านที่มีมาตรฐานจะต้องมีสถาปนิกและวิศวกรประจำบริษัท เพราะจะทำให้สามารถออกแบบ ควบคุมการก่อสร้าง และให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าได้ตั้งแต่ก่อนการก่อสร้าง จนกระทั่งการก่อสร้างแล้วเสร็จ

2. บริษัทต้องศึกษาและพัฒนาเทคโนโยลีในการก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ บริษัทจึงต้องติดตามและนำเทคโนโยลีใหม่ๆ มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้าและสังคมโดยรวม เช่น นำเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ประหยัดพลังงานมาใช้

3. บริษัทควรมีแบบบ้านให้ลูกค้าเลือกได้หลากหลาย เพื่อที่จะสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างไม่จำกัด

4. บริษัทควรสามารถเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้มากที่สุด เช่น การมีสาขาของบริษัทที่อยู่ใกล้กับสถานที่ก่อสร้างเพื่อให้สามารถตรวจสอบควบคุมและตรวจสอบคุณภาพของการก่อสร้างได้อย่างใกล้ชิด

5. การบริการก่อนและหลังการขาย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกบริษัทอีกอย่างหนึ่งคือ การบริการก่อนและหลังการขาย ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ว่าบริษัทใดให้บริการก่อนและหลังการขายได้คุ้มค่ากว่า

Tags:

การก่อสร้างทั้งในปัจจุบันและอดีตเพื่อการพัฒนาต่อไป

May 25th, 2015

6

การก่อสร้างทั้งในปัจจุบันและในอดีตต่างต้องมีการประสานงานกันระหว่างฝ่ายก่อสร้าง, ผู้ออกแบบ, เจ้าของโครงการ, เอกสารที่เข้า-ออก จากฝ่ายหนึ่งไปยังอีกฝ่าย ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ปัญหาเรื่องการจัดการเอกสารและการค้นหาเอกสารย่อมเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา ในขณะเดียวกันถ้าเอกสารที่ส่งผ่านมาเป็นเพียงกระดาษซึ่งง่ายต่อการจัดการ แต่ในงานก่อสร้างเอกสารไม่เป็นเพียงแผ่นกระดาษเท่านั้น แต่เราต้องจัดการทั้งเอกสารที่เป็นวัสดุก่อสร้างตัวอย่าง, แบบก่อสร้าง, CATALOG, E-MAIL, คำถาม, MEMO และอื่นๆ อีกมากมาย อีกด้านหนึ่ง นอกจากปริมาณเอกสารและชนิดของเอกสารแล้ว ระยะทางระหว่างฝ่ายปฏิบัติงาน และสำนักงานต่างๆ ยังเป็นอุปสรรคในการส่งผ่านข้อมูลของโครงการก่อสร้างปัญหาดังกล่าวข้างต้น บริษัท กรีน บิลด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้นำระบบการเก็บและส่งผ่านข้อมูลโดยใช้ระบบ CLOUD มาใช้ในการจัดเก็บและบริหารข้อมูล ซึ่งระบบนี้อนุญาตให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการสามารถใช้งานผ่านทางระบบ Internet รวมถึงยังสามารถดูประวัติการใช้งานของเอกสารแต่ละชิ้นได้ การจัดเก็บและค้นหาข้อมูลสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้รอยต่อใน SITE งานที่อยู่ต่างที่ออกไปหรือแม้แต่ในต่างประเทศยังสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลเดียวกันได้อีกด้วย

ส่วนสำคัญของงานก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นงานด้านสถาปัตยกรรม, วิศวกรรม, ระบบการจัดการภายในอาคาร BIM สามารถวิเคราะห์ถึงรายละเอียดโครงสร้างภายในได้ตั้งแต่เริ่มการก่อสร้างไปจนถึงสิ้นสุดการก่อสร้าง ในปัจจุบันงานก่อสร้างมีการพัฒนาก้าวหน้าไปตามเทคโนโลยีที่ทันสมัยและวัสดุอุปกรณ์ที่นับวันจะก้าวไปเร็วเกินกว่าที่เราจะตามทัน การออกแบบอาคารมีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อให้ได้ประโยชน์ในการใช้สอยที่สูงขึ้นและมีประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นตัวผลักดันให้ขั้นตอนการก่อสร้างที่ซับซ้อนอยู่แล้วนั้นยากลำบากมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความล่าช้าและการสูญเสียทรัพยากรอย่างไม่จำเป็น ด้วยเหตุนี้บริษัท กรีน บิลด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด จึงนำระบบ BIM เข้ามา Support ในทุกขั้นตอนการก่อสร้างตั้งแต่การวางผัง SITE งาน, ฐานราก, เรื่อยมาจนถึงรายละเอียดในทุกๆ จุดของตัวอาคาร ความสามารถของระบบ BIM ยังช่วยให้เราเข้าใจการออกแบบของผู้ออกแบบ ว่าทางผู้ออกแบบและเจ้าของโครงการต้องการอะไร และสามารถช่วยในการตัดสินใจเลือกใช้ระบบโครงสร้างที่เหมาะสมกับโครงการและสอดคล้องกับ CONCEPT ในการออกแบบของผู้ออกแบบ กรรมวิธีในการติดตั้งวัสดุ การนำมาประกอบกันของทุกส่วนในอาคารนอกจากนี้การสร้าง MODEL 3D ที่มีข้อมูลต่างๆ อยู่ใน MODEL ยังช่วยให้เราสามารถถอดปริมาณงานก่อสร้างตลอดจนติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาค่าก่อสร้าง เนื่องจากเราสามารถหาปริมาณวัสดุได้จาก MODEL โดยตรง ปัจจุบันบริษัทรับเหมาก่อสร้างในสหรัฐอเมริกา และยุโรปกว่า 50% ของทั้งหมดเลือกใช้ระบบ BIM เข้ามาช่วยในงานก่อสร้าง เนื่องจากสามารถควบคุมตัวแปรต่างๆ ที่สามารถเกิดขึ้นระหว่างงานก่อสร้างได้อย่างแม่นยำ

การให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยในสถานที่ก่อสร้าง

March 27th, 2015

งานก่อสร้างจัดเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

และสังคมของประเทศ ปัจจุบันยังมีผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างไม่มากนักที่สามารถไปรับงานในต่างประเทศได้ เนื่องจากปัญหาทางด้านการเงิน เช่น ไม่มีเงินทุนหมุนเวียน ขาดแคลนหลักทรัพย์ค้ำประกัน ปัญหาทางด้านการตลาด เช่น ขาดข้อมูลโครงการก่อสร้าง กฎระเบียบปฎิบัติในแต่ละประเทศ ลู่ทางการตลาดโอกาสการไปแสวงหาตลาดใหม่ๆ และปัญหาด้านศักยภาพของผู้ประกอบการ เช่น ความเสียเปรียบทางด้านภาษา เทคโนโลยี และความน่าเชื่อถือ

สถานที่ก่อสร้าง คืออาณาบริเวณทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมิใช่เฉพาะบริเวณที่กำลังดำเนินการก่อสร้างเท่านั้น แต่รวมไปถึงบริเวณที่จัดเก็บวัสดุ โกดังเก็บเครื่องมือ เครื่องจักร และอื่นๆ เป็นต้น จึงควรมีข้อกำหนดและแนวปฏิบัติในสถานที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับคนงาน โดยการทำรั้วกั้นโดยรอบบริเวณก่อสร้างทั้งหมดเพื่อป้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในเขตก่อสร้างถ้าเป็นอาคารสูงอยู่ใกล้ชุมชนนอกจากการทำรั้วกันแล้วควรทำหลังคาคลุมทางเดินที่ติดรั้วกั้นนั้นด้วยเพื่อป้องกันเศษวัสดุตกใส่ผู้สัญจรไปมาภายนอก

แหล่งที่ก่อให้เกิดอันตราย เช่น เครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ วัสดุสิ่งของ สภาพแวดล้อมทางกายภาพ และสภาพแวดล้อมทางชีวภาพ แนวทางการป้องกัน ได้แก่ การออกแบบดำเนินการติดตั้ง การบำรุงรักษา การรื้อถอน และการใช้งานต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานหรือหลักวิชาการ การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันส่วนที่อาจก่อให้เกิดอันตราย การเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆที่มีคุณภาพมาตรฐานเหมาะสมกับลักษณะงานและสภาพแวดล้อมการจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย การจัดเก็บวัสดุสิ่งของให้ถูกต้องตามสภาพและคุณสมบัติทางเคมีหรือกายภาพ

ภายในสถานที่ก่อสร้างต้องมีการแบ่งเขตก่อสร้างอย่างชัดเจนโดยแบ่งเขตที่พักอาศัยออกจากบริเวณก่อสร้างที่จัดเก็บเครื่องมือ เครื่องจักร ที่เก็บวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้แล้วหรือยังไม่ใช้ ซึ่งสถานที่ที่อันตรายทุกแห่งในเขตก่อสร้างต้องมีป้ายสัญลักษณ์ หรือป้ายเตือนภัยต่างๆ หรือข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้จะเข้าไปในบริเวณดังกล่าวซึ่งป้ายสัญลักษณ์นี้ต้องมีขนาดพอเหมาะและเห็นได้ชัดเจน ภาพแสดงและตัวอักษรต้องเป็นสื่อสากลที่ทุกคนสามารถเข้าใจได้ง่าย รอบตัวอาคารมีแผ่นกั้นกันวัตถุตกลงมาและมีตาข่ายคลุมอีกชั้น โดยอาคารขณะก่อสร้างในที่มีช่องเปิดหรือที่ไม่มีแผงกั้น ควรทำราวกั้น และมีตาข่ายเสริมเพื่อป้องกันการตก

Tags:

« Previous Entries