ทิศทางรับเหมาก่อสร้าง 2557 แนวโน้มตลาดที่สูงขึ้น

March 20th, 2014

แม้ว่าสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาคึกคักอีกครั้งส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ แต่สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างแล้วยังไม่สดใสเท่าที่ควร เพราะนอกจากจะต้องหาวิธีรับมือการปรับค่าแรง 300 ทั่วประเทศในวันปีใหม่นี้แล้ว ยังต้องเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มว่าตลาดรับ เหมาก่อสร้างจะยิ่งมีการแข่งขันสูงมากขึ้น ทั้งจากผู้รับเหมารายใหญ่และผู้รับเหมารายย่อยทั่วประเทศ

การขยายตัวของโครงการคมนาคมและการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ในปัจจุบันอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยมีการพัฒนาขีดความสามารถในด้านงาน รับเหมาก่อสร้างมากขึ้น โดยเฉพาะผู้รับเหมารายใหญ่ที่แทบจะกลืนกินผู้รับเหมารายย่อยจากความได้ เปรียบทางด้านชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ สภาพคล่องและอัตราการต่อรองที่มีมากกว่า ทำให้ผู้รับเหมารายย่อยถูกจำกัดตลาดให้แคบลง โดยในช่วงครึ่งปีแรกจากจำนวนงานก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยทั้งหมด มีผู้รับเหมารายใหญ่ที่ได้งานไปมากกว่า 50%

“สถานการณ์อุตสาหกรรมก่อสร้างมีแนวโน้มว่าจะกระเตื้องขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีนี้เป็นต้นไป ทั้งในส่วนงานรับเหมาช่วงและงานรับเหมาฐานราก ซึ่งแม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะซบเซาจากการชะลอตัวของโครงการก่อสร้างที่อยู่ อาศัยที่ยังไม่ฟื้นตัวจากวิกฤตน้ำท่วม ทำให้ปริมาณงานสะสมของผู้รับเหมาลดน้อยลงในขณะที่งานใหม่ก็ยังคงชะลอตัว แต่เราคาดว่าปริมาณงานจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์ในไตรมาสแรกของปี 2556 นี้ และเริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2556 เป็นต้นไป หลังจากที่ผู้รับเหมาปรับตัวกับปัญหาค่าแรงได้แล้ว

ทั้งนี้ โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ทยอยเปิดตัวโครงการใหม่ๆมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนใหญ่จะเป็นของผู้ประกอบการอสังหาฯในตลาดหลักทรัพย์ ส่งผลให้งานก่อสร้างตกเป็นของผู้รับเหมารายใหญ่แทบทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่งานรับเหมาฐานราก ทำให้การแข่งในตลาดมีอัตราที่สูงขึ้นจากการแย่งงานกัน และเกิดการตัดราคากันอย่างรุนแรงระหว่างผู้รับเหมาด้วยกันเอง จนส่งผลต่ออัตราความเสี่ยงที่ผู้รับเหมาต้องแบกรับภาระเอาไว้เอง และเป็นสาเหตุของการเกิดปัญหาทิ้งงานและปัญหาด้านคุณภาพมาตรฐานงานก่อสร้าง ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ไม่เพียงแต่ผู้รับเหมารายย่อยเท่านั้นที่ต้องมีการปรับตัวให้เข้า กับสถานการณ์เพื่อความอยู่รอดในตลาดอสังหาฯและอุตสาหกรรมก่อสร้าง แต่ในอนาคตหากมีการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน(AEC) จะเป็นโอกาสของผู้รับเหมาจากต่างประเทศที่จะเข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรมก่อสร้างบ้านเราด้วย

ดังนั้นผู้รับเหมาไทยไม่ว่ารายเล็กหรือรายใหญ่ต่างก็ต้องเร่งปรับตัว เพื่อเตรียมพร้อมที่จะแข่งขันในตลาดสากลมากขึ้น …เพราะในอนาคตตลาดที่รออยู่ไม่ใช่เพียงแค่ AEC เท่านั้น แต่จะเป็นตลาด Global ที่เปิดกว้างรอ…สำหรับผู้ที่เตรียมพร้อมและพัฒนาอยู่เสมอ!

Tags: , ,

การผลิตสินค้าและบริการให้ตรงต่อความต้องการของตลาด

November 14th, 2013

กลไกของระบบการผลิตเพื่อขาย คือ การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างตลาดกับผู้ผลิต หรือผู้ขายเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การทำงานในระบบนี้จะเริ่มต้นจากการพัฒนาระบบการตลาด คือ ใช้ตลาดเป็นตัวตั้ง ข้อมูลข่าวสารการตลาดจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการส่งสัญญาณความต้องการของตลาดที่มีต่อสินค้าและบริการไปยังผู้ผลิต ผู้ผลิตจะพยายามตอบสนองความต้องการทางด้านตลาดโดยการปรับระบบและวางแผนการผลิตให้สอดคล้องสัมพันธ์กัน

ดังนั้นรูปแบบซึ่งจะทำให้เกิดกลไกการทำงานในระบบนี้จะต้องมีองค์กรและระบบ ข่าวสารการตลาดที่ถูกต้อง แน่นอนชัดเจน หากมีหลักประกันและข้อผูกพันมากเท่าใด ก็จะมีผลทำให้ระบบการผลิตเพื่อขายมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นทางเลือกของรูปแบบที่เหมาะสมของสินค้าแต่ละประเภท ซึ่งอาจจะมีหลายรูปแบบจึงเป็นแนวทางที่จะต้องเร่งรัดสนับสนุนให้มีการขยายผลให้กว้างขวางยิ่งขึ้น รูปแบบการดำเนินงานตามระบบการผลิตเพื่อขายนั้น สำหรับสินค้าการเกษตรประกอบด้วย

- รูปแบบที่มีแนวทางการพัฒนาระบบการผลิตเพื่อขายอย่างมีขั้นตอน มีระบบและมีองค์กรดำเนินงานในเชิงธุรกิจ กล่าวคือ มีเอกชนดำเนินการในระดับท้องถิ่นทำหน้าที่เชื่อมโยงการผลิตกับการตลาด โดยทำหน้าที่เป็นผู้รับคำสั่งซื้อและประสานกับ ผู้ผลิตโดยการวางแผนการผลิตและสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกในปริมาณและคุณภาพที่ตลาดต้องการทำการรับซื้อโดยมีสัญญาข้อตกลง การผลิตเพื่อขายในลักษณะเช่นนี้เป็นรูปแบบที่น่าจะมีความเหมาะสมมากที่สุดรูปแบบหนึ่งสำหรับการผลิตสินค้าใหม่ เพื่อการขายทั้งภายในประเทศและการส่งออก

- ผู้ผลิตสามารถติดต่อกับผู้ซื้อได้ด้วยตนเอง และสามารถนำความรู้และข้อมูลด้านการตลาดมาปรับระบบการผลิตเพื่อขายด้วยตนเองได้โดยตรง รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่ดีอีกรูปแบบหนึ่ง หากสามารถขยายผลให้เกิดขึ้นได้กว้างขวางยิ่งขึ้น มีการจัดตั้งองค์กรให้การสนับสนุนและดำเนินการโดยบริษัทเอกชน เช่น กรณีที่บริษัทในประเทศหรือต่างประเทศเข้ามาดำเนินการให้เกิดการผลิตขึ้น โดยมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน ผู้สนับสนุนการผลิตจะเป็นผู้นำเข้าเมล็ดพันธุ์ เทคโนโลยีและความรู้ทางวิทยาการ รวมทั้งเป็นผู้ควบคุมคุณภาพและมาตรฐานให้ถูกต้องแน่นอน รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่ดีควรแก่การสนับสนุน อย่างไรก็ดีการขยายจำนวนของบริษัทที่ดำเนินงานในลักษณะเช่นนี้คงจะเป็นข้อจำกัดสำคัญ เนื่องจากจะต้องมีการลงทุนสูง และบริษัทดังกล่าวจะต้องมีการทำงานในพื้นที่เป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่องจึงจะสามารถเกิดผลสำเร็จได้อย่างเต็มที่

- ผู้ซื้อมักจะแจ้งความต้องการที่จะรับซื้อผลผลิตและขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก โดยไม่มีข้อผูกพันว่าจะรับซื้อที่ใด อย่างไร คุณภาพใด ราคาเท่าใด และปริมาณมากน้อยเพียงใด รูปแบบการผลิตเพื่อขายลักษณะนี้ได้ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมากในอดีต ซึ่งอาจมีผลเสียหายได้มาก หากมีการสนับสนุนให้เกิดขึ้นต่อไป เกิดขึ้นจากผู้ผลิตพันธุ์เพื่อขาย หรือพ่อค้าเมล็ดพันธุ์สนับสนุนให้เกิดการผลิต ซึ่งผลผลิตจะขายหรือใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่าหรือไม่นั้น ในบางกรณีจะต้องใช้เวลายาวนาน รูปแบบนี้การสนับสนุนจะต้องทำด้วยความระมัดระวังมาก เพราะเกษตรกรมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากอาจมีปัญหาด้านการขาดตลาดรองรับที่แน่นอน

- อุตสาหกรรมการเกษตร มีลักษณะเป็นตลาดข้อตกลงระหว่างผู้ผลิตกับโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร เช่น กรณีของน้ำตาล สับปะรดกระป๋อง รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่มีประโยชน์และควรที่จะสนับสนุนให้ขยายผลต่อไป หากได้มีการปรับปรุงเงื่อนไขสาระสำคัญของข้อตกลง ให้มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายมากขึ้น

ธุรกิจโรงแรมในประเทศนั้น ควรให้ความสำคัญทางด้านการตลาดเพิ่มมากขึ้น

November 1st, 2013

การนำเอาสินค้าและบริการต่างๆมานำเสนอแบบรวมๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ตัวสินค้าและบริการให้สามารถขายได้ราคาสูง หรือเพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจมาใช้บริการนั้นจำเป็นต้องระบุไว้อย่างชัดเจนว่าทางโรงแรมได้รวมอะไรไว้ให้แล้วบ้าง และสิ่งใดที่ไม่ได้รวมไว้ในราคา ถ้าต้องการซื้อหาเพิ่มเติมตามความต้องการนั้นจะต้องเสียเงินเพิ่มอีกมากน้อยเพียงใด และถ้าสามารถนำมารวมไว้เป็นแพคเกจแล้วขายในราคาพิเศษ ก็อาจจะเพิ่มความน่าสนใจได้มากขึ้น ส่วน Fact Sheet ของโรงแรมก็เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการที่จะเป็นข้อมูลอ้างอิง และสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย แต่โรงแรมส่วนใหญ่ละเลยในเรื่องนี้ไม่มีการนำเสนอเนื้อหาลักษณะ Fact Sheet ในสื่อที่ใช้ในการขาย หรือทางหน้าเว็บไซต์ของโรงแรมตนเอง

อีกประการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการตลาดและการขายนั้นต้องประเมินดูว่า ลูกค้าที่หามาพักที่โรงแรมนั้นเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการตรงกับสินค้าและบริการของโรงแรมที่มีอยู่หรือไม่ ถ้าไม่หาลูกค้ามาใช้บริการไม่ตรงกับสินค้าและบริการที่จัดเตรียมไว้ให้ คุณค่าของสินค้าและบริการที่มีอยู่แม้ว่าจะดูดีมีค่ามากเพียงใด ก็ไร้ค้าถ้าลูกค้าที่มาใช้บริการมิได้ต้องการสิ่งนั้น สำหรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น แต่ลูกค้ายินดีที่จะจ่ายเพิ่มเติมนั้น ความต้องการอย่างนี้เป็นสิ่งดี ถ้าทางโรงแรมสามารถจัดมาให้เพิ่มเติม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับทางโรงแรม และถ้าโรงแรมเพิกเฉยต่อความต้องการของลูกค้า

โอกาสที่จะเสียลูกค้าไปให้กับโรงแรมอื่นๆที่สามารถจัดบริการที่ลูกค้าต้องการได้ ปัญหาอีกประการหนึ่งที่พบได้บ่อยๆเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าที่เกินกว่าสิทธิที่ลูกค้าจะได้รับ เกิดจากการที่พนักงานขายต้องการขายสินค้าให้ได้ เพื่อจะได้ผลงานเป็นของตนเอง แล้วรับปากลูกค้าว่าจะจัดการให้เพิ่มเติม โดยมิได้รับความเห็นชอบหรือการอนุมัติจากผู้มีอำนาจตัดสินใจ เมื่อลูกค้ามาใช้บริการแล้วคาดหวังว่าจะได้ในสิ่งที่พนักงานขายได้รับปากไว้ แล้วไม่ได้ก็มักจะสร้างปัญหาให้กับพนักงานในระดับปฏิบัติการของโรงแรม และสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้าได้

คนในวงการธุรกิจโรงแรมอาจจะเหนื่อย และท้อในความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า และอาจจะบ่นว่าความต้องการของลูกค้าไม่มีที่สิ้นสุด บางรายรู้สึกเบื่อหน่ายกับสิ่งเหล่านี้ แต่บางรายกลับรู้สึกตื่นเต้นกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของลูกค้า และเขาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของลูกค้าได้ ในการจัดการด้านความต้องการของลูกค้านั้นควรนึกถึงหลักการที่ลูกค้าจ่ายเงินซื้ออะไรก็ได้อย่างนั้น ซึ่งถ้าทำความเข้าใจกันได้ตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก็หมดปัญหา แต่ในการขายสินค้าและบริการของโรงแรมส่วนใหญ่นั้น เกิดจากความไม่ชัดเจนของสินค้าที่นำไปเสนอขาย

และความเข้าใจผิดของลูกค้า ถ้าเป็นสินค้าอุปโภค บริโภคทั่วไป ก็เปรียบได้ว่าสลากสินค้าไม่ชัดเจน ในส่วนของสินค้าและบริการของโรงแรมนั้นก็เกิดจากเนื้อหาของสินค้าและบริการที่ขายไม่ชัดเจนนั่นเอง ถ้าเราสังเกตจากสื่อที่ใช้ในการตลาดและการขายของโรงแรมต่างๆ เราจะพบได้ว่านำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวก สินค้าและบริการต่างๆไว้มากมาย เพื่อให้โรงแรมของตนเองดูดี ดูโก้หรู แต่เวลาที่มีการซื้อ-ขายสินค้าระหว่างกัน มิได้มีเขียนอธิบายกำกับไว้ว่า อะไรบ้างที่เป็นสินค้าและบริการพื้นฐานทีได้มีการรวมไว้ในราคาสินค้าและบริการที่มีการซื้อ-ขายกัน

เปิดร้านค้าซาลาเปาอย่างไรให้ขายได้ ฉบับริมถนน

October 14th, 2013

สวัสดีครับ สำหรับวันนี้ก็มีโอกาสมาเขียนเป็นบทความแรกนะครับ สำหรับบล็อกความรู้ หรือเว็บไซต์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการค้าขาย หรือการแนะนำร้านค้า สินค้าและบริการต่าง ๆ สำหรับวันนี้นี่เองก็อยากจะมาเขียนบทความที่เรียกได้ว่าให้ประโยชน์ก่อนก็แล้วกัน สำหรับใครที่ไม่มีงานทำ หรือมีทุนสักก้อนที่ไม่มากนัก แต่อยากจะสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยการเปิดร้านอะไรก็ได้สักร้าน เราจะมีมุมมอง หรือว่าแนวคิดการเปิดร้านอย่างไรบ้าง

เปิดร้านค้าซาลาเปาอย่างไรให้ขายได้ ฉบับริมถนน

เปิดร้านค้าซาลาเปาอย่างไรให้ขายได้ ฉบับริมถนน

อย่างแรกเลยครับให้สำรวจตัวเองก่อนว่ามีความรู้ ความสามารถอะไร อย่างเช่นมีความรู้เรื่องการทำอาหาร ( อะไรก็ได้ที่เป็นของกิน ) หรือมีความรู้ในเรื่องบริการในด้านที่เราถนัด สิ่งแรกนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ครับ เพราะจะทำให้เรานั้นสามารถเดินต่อไปในทางที่เรารู้จักได้ดียิ่งขึ้น หรือถ้าไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร หรือถนัดด้านไหนแนะนำให้ลองฝึกสักอย่าง หรือเลือกทำสักอย่างก่อนครับ แรก ๆ อาจจะติดปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ

พอเลือก หรือว่าคิดในสิ่งที่อยากจะทำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ให้มาดูความต้องการของลูกค้า หรือผู้คนก่อนครับว่าเขาต้องการบริการ สินค้า ที่เรากำลังคิดอยู่หรือไม่ เช่นลูกค้าแถวนี้เขาอยากกินซาลาเปาไหม ของกินคิดว่าเป็นของซื้อง่าย ขายคล่อง น่าจะมีความต้องการอยู่บ้างหล่ะ เพราะไม่มีใครขาย อันนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองความคิดของแต่ละคนครับ พอเก็บข้อมูลได้มากพอแล้ว ให้ดำเนินการในเรื่องกิจการของเราให้ดีครับ เริ่มตั้งแต่ทดลองทำกินเองดูก่อน

หรือถ้ามั่นใจว่าอาหารของเรา ไม่ทำให้ลูกค้าเสียสุขภาพ ก็เริ่มจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับช่วยขายได้เลยครับ ต่อมาคือเรื่องของการหาทำเล อาจจะเช่า หรือว่าจะวิ่งไปวิ่งมา อันนี้แล้วแต่ถนัด แต่แนะนำให้เลือกทำเลที่คนพลุกพล่านไปมาจะดีที่สุดครับ สุดท้ายเมื่อปักหลักลงฐานแล้ว ให้บริการสินค้าของเราให้ดีที่สุดครับ แล้วเราจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุดเช่นเดียวกัน

Tags: