การให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยในสถานที่ก่อสร้าง

March 27th, 2015

งานก่อสร้างจัดเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

และสังคมของประเทศ ปัจจุบันยังมีผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างไม่มากนักที่สามารถไปรับงานในต่างประเทศได้ เนื่องจากปัญหาทางด้านการเงิน เช่น ไม่มีเงินทุนหมุนเวียน ขาดแคลนหลักทรัพย์ค้ำประกัน ปัญหาทางด้านการตลาด เช่น ขาดข้อมูลโครงการก่อสร้าง กฎระเบียบปฎิบัติในแต่ละประเทศ ลู่ทางการตลาดโอกาสการไปแสวงหาตลาดใหม่ๆ และปัญหาด้านศักยภาพของผู้ประกอบการ เช่น ความเสียเปรียบทางด้านภาษา เทคโนโลยี และความน่าเชื่อถือ

สถานที่ก่อสร้าง คืออาณาบริเวณทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมิใช่เฉพาะบริเวณที่กำลังดำเนินการก่อสร้างเท่านั้น แต่รวมไปถึงบริเวณที่จัดเก็บวัสดุ โกดังเก็บเครื่องมือ เครื่องจักร และอื่นๆ เป็นต้น จึงควรมีข้อกำหนดและแนวปฏิบัติในสถานที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับคนงาน โดยการทำรั้วกั้นโดยรอบบริเวณก่อสร้างทั้งหมดเพื่อป้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในเขตก่อสร้างถ้าเป็นอาคารสูงอยู่ใกล้ชุมชนนอกจากการทำรั้วกันแล้วควรทำหลังคาคลุมทางเดินที่ติดรั้วกั้นนั้นด้วยเพื่อป้องกันเศษวัสดุตกใส่ผู้สัญจรไปมาภายนอก

แหล่งที่ก่อให้เกิดอันตราย เช่น เครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ วัสดุสิ่งของ สภาพแวดล้อมทางกายภาพ และสภาพแวดล้อมทางชีวภาพ แนวทางการป้องกัน ได้แก่ การออกแบบดำเนินการติดตั้ง การบำรุงรักษา การรื้อถอน และการใช้งานต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานหรือหลักวิชาการ การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันส่วนที่อาจก่อให้เกิดอันตราย การเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆที่มีคุณภาพมาตรฐานเหมาะสมกับลักษณะงานและสภาพแวดล้อมการจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย การจัดเก็บวัสดุสิ่งของให้ถูกต้องตามสภาพและคุณสมบัติทางเคมีหรือกายภาพ

ภายในสถานที่ก่อสร้างต้องมีการแบ่งเขตก่อสร้างอย่างชัดเจนโดยแบ่งเขตที่พักอาศัยออกจากบริเวณก่อสร้างที่จัดเก็บเครื่องมือ เครื่องจักร ที่เก็บวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้แล้วหรือยังไม่ใช้ ซึ่งสถานที่ที่อันตรายทุกแห่งในเขตก่อสร้างต้องมีป้ายสัญลักษณ์ หรือป้ายเตือนภัยต่างๆ หรือข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้จะเข้าไปในบริเวณดังกล่าวซึ่งป้ายสัญลักษณ์นี้ต้องมีขนาดพอเหมาะและเห็นได้ชัดเจน ภาพแสดงและตัวอักษรต้องเป็นสื่อสากลที่ทุกคนสามารถเข้าใจได้ง่าย รอบตัวอาคารมีแผ่นกั้นกันวัตถุตกลงมาและมีตาข่ายคลุมอีกชั้น โดยอาคารขณะก่อสร้างในที่มีช่องเปิดหรือที่ไม่มีแผงกั้น ควรทำราวกั้น และมีตาข่ายเสริมเพื่อป้องกันการตก

Tags:

สิ่งสำคัญที่ห้ามพลาดในการก่อสร้าง

February 27th, 2015

skyrodema.com

สิ่งที่ห้ามผิดพลาดในการก่อสร้างที่ควรจะรู้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามาในภายหลังจากที่ได้ทำการก่อสร้างไปแล้ว เพื่อประโยชน์แก่ผู้ที่จะสร้างบ้าน หรือ ผู้ที่รับเหมาก่อสร้าง ควรทราบนั้นประกอบไปด้วย

  • มีการวางผังและกำหนดจุดในการลงเข็มโครงสร้าง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะเป็นระยะต่างๆรอบบ้านและเป็นประโยชน์ในการใช้สอยตามที่เจ้าของบ้านได้กำหนดไว้ หากวางผังผิดพลาดก็จะทำให้เกิดการเสียงบประมาณในการปรับปรุงแก้ไขมากมาย
  • ต้องสร้างตามแบบ โดยเจ้าของบ้านและสถาปนิกควรควบคุมการก่อสร้างให้ตรงตามแบบที่คิดไว้อาจกำชับช่างว่า หากก่อสร้างมาถึงตรงนี้ ให้แจ้งเจ้าของหรือสถาปนิกเพื่อเข้ามาดูหน้างานอีกครั้งเพื่อความถูกต้องตามแบบ อีกทั้งควรยึดตามรายละเอียดนั้น ก่อนมีการสั่งซื้อจริงทั้งหมด
  • ปูนที่จะใช้ในการก่อสร้าง ต้องเป็นปูน Portland ผสมทราย หินและน้ำที่สะอาด โดยปูนที่ใช้ต้องเป็นปูนสำหรับงานโครงสร้างเท่านั้น
  • เหล็กที่ใช้เป็นโครงสร้างต้องไม่เป็นสนิม เพราะสนิมจะลดประสิทธิภาพการทำงานของเหล็กและยังทำให้คอนกรีตแตกร้าวเสียหายได้ด้วย
  • ระยะหุ้มของคอนกรีตและเหล็ก ในขั้นตอนของการผูกเหล็กเสริมและจะทำการเทคอนกรีต จะต้องดูว่าระยะระหว่างเหล็กเสริมแบบนั้นมีระยะเท่าไร
  • เสาและคานต้องได้แนวไม่บิดเบี้ยว เอียงเพราะนั่นหมายถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น
  • มีเสาเอ็นและทับหลังเป็นส่วนประกอบโดยเฉพาะรอบวงกบประตู หน้าต่าง เพราะช่องประตูและหน้าต่างเหมือนผนังที่ถูกเจาะ และมีแรงสั่นสะเทือนจากการเปิดปิดประตูหน้าต่างทั้งนี้เสาเอ็นและทับหลังจะช่วยในการเสริมความแข็งแรงได้
  • ต้องแยกสีของสายไฟ เพราะหากไม่แยกสีที่ต้นสายและปลายสายไว้แต่ต้นการแก้ปัญหาก็จะทำได้ยากซึ่งจะทำให้ต้องรื้อระบบสายไฟใหม่ในการซ่อมแซมซึ่งเป็นเรื่องยากเลยทีเดียว
  • ท่อน้ำดี PVC ควรมีเกลียว และแยกสี เพราะท่อน้ำดีเป็นแบบเกลียว จะช่วยให้ข้อต่อมีความแข็งแรงกว่าแบบธรรมดาและในส่วนของสีของท่อก็ควรมีการแยกเพื่อความสะดวกในการซ่อมแซม

ฉะนั้นการที่จะสร้างบ้านหรือรับเหมาก่อสร้างควรมีการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างให้ละเอียดก่อนที่จะทำการสร้าง เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยและการสูญเสียทรัพย์สินที่จะเกิดขึ้น หากผู้ที่สร้างไม่มีความรู้ในด้านนี้

Tags:

สถานการณ์ด้านราคาวัสดุก่อสร้างที่ขึ้นราคา

January 21st, 2015

ตลาดรับสร้างบ้านในภาพรวมของปีนี้คาดว่าจะสามารถทำยอดได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นผลจากบรรยากาศทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และคาดว่าจะดีอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปีนี้ แม้จะมีปัจจัยลบที่น่ากังวลจากปัญหาในเรื่องของการขาดแคลนแรงงานและปัญหาราคาวัสดุก่อสร้างที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในปีหน้า แนวโน้มของตลาดรับสร้างบ้านของไทยเป็นไปในทิศทางบวกทั้งในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงปี 2558 แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือปัญหาแรงงานฝีมือขาดแคลน และทิศทางราคาวัสดุก่อสร้างที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้น 5-10%

ทิศทางของราคาวัสดุก่อสร้างขึ้นอยู่กับแนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้างทั้งในภาคระบบคมนาคมขนส่งและภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจากภาพรวมของตลาดอสังหาฯที่เริ่มฟื้นตัว บวกกับแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งหากเกิดปัญหาขาดแคลนวัสดุก่อสร้างจริง อาจจะส่งผลกระทบต่อการบริหารต้นทุนของผู้ประกอบการรับสร้างบ้านและผู้ประกอบการพัฒนาโครงการอสังหาฯประเภทต่างๆที่จ่อปรับราคาที่อยู่อาศัยขึ้นตามไปด้วย อย่างเร็วก็คือปลายปีนี้ หรืออย่างช้าก็คือต้นปีหน้า

ราคาวัสดุก่อสร้างไตรมาสแรกของปีสูงขึ้นร้อยละ 1.0

ส่วนใหญ่เป็นการสูงขึ้นจากทางด้านซัพพลาย ได้แก่การปรับสูงขึ้นของต้นทุนการผลิต ค่าแรงและวัตถุดิบส่งผลให้ดัชนี หมวดซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์คอนกรีต วัสดุก่อสร้างอื่นๆ และหมวดสุขภัณฑ์ ปรับตัวสูงขึ้นตาม ขณะที่ด้านดีมานด์ ชะลอตัวลงจากสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ ทำให้โครงการก่อสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่ยังไม่มีกำหนดเวลาการก่อสร้างที่แน่นอนได้แก่โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ได้ส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างตามหัวเมืองใหญ่ๆ เช่นเดียวกับโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยของภาคเอกชนชะลอตัวลง

นอกจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยในประเทศแล้วยังได้รับอิทธิพลจากราคาเหล็กในตลาดโลกที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และหลังจากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายรวมทั้งมีการเร่งรัดการใช้งบประมาณมีงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของภาครัฐ ได้แก่ โครงการรถรางคู่ การพัฒนาโครงการรถไฟฟ้า และโครงการบริหารจัดการน้ำเป็นต้น ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง และการซื้อสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้างด้วย แต่อย่างไรก็ตามมีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ปัญหาแรงงานขาดแคลน ต้นทุนการขนส่ง รวมถึงภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

Tags:

การสร้างสิ่งก่อสร้างในสมัยโบราณประกอบไปด้วยองค์ความรู้มากมาย

December 22nd, 2014

104-105 OK_A.indd

โบราณสถานต่างๆที่มีอยู่อย่างชุกชุมในทั่วทุกมุมโลก แสดงให้เราเห็นถึงอารยะธรรมที่ยาวนานของเผ่าพันธุ์มนุษย์ รวมถึงความรู้ความสามารถในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ความรู้ความสามารถในเชิงการก่อสร้าง สิ่งก่อสร้างที่ยืนยงคงอยู่นานนับพันปีเป็นที่น่าประหลาดใจมิใช่น้อย มนุษย์ในยุคสมัยที่ยังไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือสามารถสิ่งมหัศจรรย์สิ่งที่ใหญ่โตมโหฬารและสามารถยืนยงคงทนอยู่ได้นานนับๆพันปี ในขณะที่ปัจจุบัน เครื่องไม้เครื่องมือเพียบพร้อม ทั้งด้านทุนทรัพย์สติปัญญาและเครื่องไม้เครื่องมือ แต่สร้างมาได้ไม่นานก็ต้องเสื่อมถอยพังทลายลงอย่างง่ายดายหากเรามองในแง่ร้ายอาจจะเป็นเพราะปัจจัยหลักจากการคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นตามยุคสมัยก็เป็นได้มีคนกล่าวไว้ว่าการศึกษาอดีตเป็นเรื่องที่สามารถทำให้เรากำหนดอนาคตได้ บางครั้งเราก็อดไม่ได้ที่เห็นการก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ในสมัยอดีตไม่ว่าจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกหรือโบราณสถานต่างๆที่มีอยู่อย่างชุกชุม  ทำให้เราคนในยุคปัจจุบันอดทึ่งในความสามารถนั้น สำหรับประเภทของการก่อสร้างโบราณสถานแบบต่างๆหากยึดเอาตามการแบ่งประเภทของการบูรณะของกรมศิลปากรก็จะแบ่งได้ 4 ประเภท ดังนี้

โบราณสถานที่สร้างด้วยดิน โบราณสถานแบบนี้มักเป็นโบราณสถานที่ไม่มีความสลับซับซ้อนอะไรมากนักมักจะถูกสร้างเป็นกำแพงเมือวง คันคิน คูเมืองต่างๆ โบราณสถานที่สร้างด้วยอิฐ โบราณสถานจำพวกนี้ถูกก่อสร้างด้วยอิฐเป็นส่วนใหญ่  เช่น โบสถ์ วิหารเจดีย์ต่างๆ  ซึ่งกรรมวิธีขั้นตอนในด้านการก่อสร้างจะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค โบราณสถานที่สร้างด้วยหินและศิลาแลง โบราณสถานจำพวกนี้มักถูกสร้างด้วยหินหรือศิลาแลงเป็นส่วนใหญ่ ดั่งพวกปราสาทหินที่พบในพื้นที่ต่างๆ  เช่น ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมาย เป็นต้นโบราณสถานที่สร้างด้วยไม้ เช่นพวกอาคารบ้านเรือนของราษฎรในอดีต ศาลา ที่โด่งดังก็เห็นจะเป็นพระที่นั่งวิมานเมฆก็ทำการสร้างด้วยไม้เป็นหลักเช่นกัน ภูมิปัญญาในการคิดการสร้างสิ่งก่อสร้างในสมัยโบราณประกอบไปด้วยองค์ความรู้มากมาย ในการก่อสร้างบางสิ่งบางอย่างถ้าให้คนในสมัยนี้สร้างโดยอาศัยเทคโนโลยีที่ยังล้าหลังเหมือนกันกับช่วงเวลานั้นก็ยังคงเป็นเรื่องหนักใจว่าจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้หรือไม่สิ่งก่อสร้างที่ออกจะดูน่าพิศวงในโลกเรามีอยู่ด้วยกันหลายแห่งที่ดูเข้มเขลังและเต็มไปด้วยปริศนาคงไม่มีโบราณสถานแห่งไหนเกินหน้าเกินตาปิรามิดแห่งเมืองกิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณที่ร่วมกับสิ่งมหัศจรรย์ชนิดอื่น

สภาพปัญหาการขาดแคลนแรงงานก่อสร้างในปัจจุบัน

November 26th, 2014

จากสภาพปัญหาการขาดแคลนแรงงานก่อสร้างในปัจจุบัน  ทำให้ค่าก่อสร้างถีบตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมาก  สภาพดังกล่าวนับวันยิ่งมีปัญหาเพิ่มขึ้น ทำให้รูปแบบของการก่อสร้างอาคารสำหรับผู้ประกอบการมีการพัฒนาขึ้น  เพื่อให้ลดการใช้แรงงานและลดเวลาการก่อสร้าง รูปแบบการก่อสร้างเท่าที่พบในปัจจุบัน  มีดังนี้โครงสร้างแบบใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือคอนกรีตอัดแรงสำเร็จรูป รูปแบบดังกล่าวใช้วิธีผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างอาคาร เช่น เสา คาน และพื้น จากโรงงานผลิต หรือจากพื้นที่ใกล้เคียงพื้นที่ก่อสร้าง รูปแบบการก่อสร้างแบบนี้จะไม่ต่างจากรูปแบบที่ก่อสร้างในปัจจุบัน แต่ใช้วิธีผลิตโครงสร้างหลักของอาคารมาติดตั้งที่หน้างาน เพื่อให้สามารถลดเวลาการก่อสร้างในส่วนโครงสร้างส่วนงานสถาปัตยกรรมนั้นก็ยังคงใช้วิธีการเดิม คือใช้แรงงานในการก่อฉาบตามเดิมข้อดีสามารถลดเวลาการก่อสร้างในส่วนโครงสร้างได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากการติดตั้งชิ้นส่วนสำเร็จรูปสามารถทำได้ค่อนข้างเร็ว เทียบกับการก่อสร้างระบบเดิม

โครงสร้างแบบผนังคอนกรีตเสริมเหล็กรับน้ำหนักเทกับที่การทำงานจะใช้วิธีตั้งแบบผนัง และพื้นพร้อมกัน เสริมเหล็กแล้วเทคอนกรีตให้เป็นโครงสร้างส่วนของผนัง และพื้นไปในตัวข้อดีวิธีดังกล่าวสามารถลดเวลาการก่อสร้างได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากแทบไม่จำเป็น ต้องทำการก่อผนังอีกเลย ผนังจะเป็นโครงสร้างรับน้ำหนักไปในตัว โดยไม่จำเป็นต้องมีเสาปูดออกมาให้เห็นข้อเสียเนื่องจากผนังและพื้นทุกด้านถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้างหลักของอาคาร  ดังนั้น การปรับเปลี่ยนรูปแบบแทบจะทำไม่ได้เลย เช่น การเปิดช่องหน้าต่าง, เปลี่ยนช่องหน้าต่างเป็นประตูหรือแม้แต่การเจาะพื้นเปลี่ยนตำแหน่งบันได ไม่ควรทำเนื่องจากจะมีผลต่อความแข็งแรง

โครงสร้างแบบผนังคอนกรีตเสริมเหล็กรับน้ำหนักแบบหล่อสำเร็จลักษณะโครงสร้างคล้ายกับแบบที่ 2 แต่รูปแบบการก่อสร้างนั้นต่างออกไป โดยโครงสร้างผนังและพื้นจะทำการหล่อสำเร็จจากโรงงาน หรือหล่อจากพื้นที่ใกล้เคียงสถานที่ก่อสร้าง แล้วนำมาประกอบเป็นอาคารที่หน้างานข้อดีแน่นอน สิ่งที่เห็นชัดที่สุดสำหรับการก่อสร้างด้วยวิธีนี้ คือระยะเวลาในการก่อสร้างจะลดลงได้ค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับรูปแบบการก่อสร้างแบบที่ 1 และ 2  ผู้ประกอบการ  ผู้นำในตลาดสามารถใช้เวลาก่อสร้างเพียง 45 วัน/หลังข้อเสียจุดอ่อนสำหรับการก่อสร้างแบบนี้คือ การติดตั้งต้องมีมาตรฐานการทำงาน และควบคุมงานที่ดี เนื่องจากมีรอยต่อจำนวนมากในอาคาร ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำรั่ว หรืออาจจะพบรอยแตกร้าวบริเวณรอยต่อของแผ่นผนังสำเร็จ ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาแล้วสามารถแก้ปัญหาได้ค่อนข้างยาก

« Previous Entries