ปัจจัยสำคัญการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการรับสร้างบ้านประเทศ

November 2nd, 2015

ปัจจัยสำคัญการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการรับสร้างบ้านประเทศ
แนวโน้มตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศคาดว่าปี 2558 จะค่อยๆ ฟื้นตัวตามทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศ กรุงเทพฯและปริมณฑล ตลาดรับสร้างบ้านจะยังทรงตัวหรือเติบโตเพียงเล็กน้อย โดยปัจจัยหลักๆ ที่ส่งผลกระทบเกิดจากที่ดินเปล่าลดน้อยลงและมีราคาแพง ขณะที่ต่างจังหวัดตลาดรับสร้างบ้านจะเติบโตมาก เพราะผู้ประกอบการทั้งรายเดิม และรายใหม่ ต่างขยายการให้บริการไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น ซึ่งภูมิภาคที่น่าจับตาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้
ปริมาณและมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านปี 2558 เชื่อว่าจะขยายตัวได้ดีกว่าปี 2557

ปัจจัยสำคัญการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศ

1.ภาพลักษณ์ของธุรกิจรับสร้างบ้านดีขึ้นมากในสายตาของผู้บริโภค

2.มีการขยายสาขาและพื้นที่ให้บริการของรายเดิมและรายใหม่ออกไปทั่วประเทศ

3.การปรับตัวของผู้ประกอบการที่หันมาใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมากขึ้น

การกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในปี 2558 ความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะปรับตัวดีขึ้นมากกว่าปีนี้ โดยมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง ทั้งความกังวลจากการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ย และค่าเงิน โดยมองตัวเลขการเติบโตของยอดขายเฉพาะบริษัทสมาชิกใน ส่วนมูลค่าตลาดรวมทั้งอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้น 7% เป็นอย่างน้อย การแข่งขันทางด้านราคา โปรโมชั่นลด แลก แจก แถม เนื่องจากเชื่อว่าวิธีการดังกล่าวจะสามารถกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้าได้เพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่บริษัทฯจะคงเน้นให้ความสำคัญในด้านของคุณภาพในการก่อสร้าง และการมุ่งพัฒนาออกแบบบ้านดีไซน์ใหม่ ๆ เพื่อรองรับกับทุกความต้องการของตลาดในทุกระดับราคา ตลอดจนการขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้นเป็นหลัก ซึ่งเป็นการสร้างแบรนด์ที่มั่นคงและครองใจลูกค้าได้ยาวนานกว่า

ผู้ประกอบธุรกิจรับสร้างบ้านจะมี 4 กลุ่มหลักๆ คือ

1.กลุ่มสมาชิกสมาคมไทยรับสร้างบ้านและแฟรนไชส์รับสร้างบ้าน (ตั้งอยู่ในต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่)

2.กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุที่แตกไลน์มาสู่ธุรกิจรับสร้างบ้าน

3.กลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านทั่วไป (ไม่สังกัดสมาคมหรือชมรมใดๆ)

4.กลุ่มสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (ตั้งอยู่ในกทม.และปริมณฑลเกือบทั้งหมด)

Tags:

การดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

September 23rd, 2015

การดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
การบริการรับเหมาก่อสร้างเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพสูงจากเทคนิคและความชำนาญทางวิศวกรรม โดยเฉพาะวิศวกรไทยได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถทัดเทียมหรือเหนือกว่าวิศวกรของบางประเทศ และแรงงานไทยมีความชำนาญ ทั้งงานก่อสร้างและงานระบบ ประกอบกับไทยมีอุตสาหกรรมสนับสนุนที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุก่อสร้าง ประกอบกับเศรษฐกิจประเทศสมาชิกที่เปิด AEC นั้นมีแนวโน้มการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเกื้อหนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวดีจะกระตุ้นให้เกิดความต้องการลงทุนในสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ทั้งอาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย โรงงานอุตสาหกรรม และสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น โครงข่ายถนน ท่าเรือ สนามบิน เป็นต้น

จากการเปิด AEC ทำให้อุตสาหกรรมก่อสร้างไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาศักยภาพผู้รับเหมาก่อสร้างให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ ซึ่งต้องยอมรับว่าผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมก่อสร้างปัจจุบันยังขาดแหล่งข้อมูลในการเข้าถึง ให้ความรู้ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับ AEC อย่างจริงจัง โดยสิ่งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างในการก้าวเข้าสู่ AEC ก็คือ การยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างให้เทียบเท่าระดับสากล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับผู้รับเหมาจากต่างชาติ ทั้งในฝั่งผู้นำเอเชียอย่างประเทศญี่ปุ่น จีน รวมทั้งจากฝั่งยุโรปและอเมริกา ซึ่งการจะสร้างมาตรฐานการก่อสร้างได้อย่างยั่งยืนนั้น ทั้งฝั่งภาครัฐและผู้ประกอบการเองต้องร่วมด้วยช่วยกันผลักดัน ซึ่งจะต้องไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่จะต้องมีการสร้างและควบคุมมาตรฐานการก่อสร้างให้เป็นไปในระดับเดียวกันทั้งรายเล็กและรายใหญ่

ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในประเทศไทยจะมีการขยายตัวเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการเกิดขึ้นของการเปิด AEC ซึ่งหมายถึงโอกาสทางการตลาดที่เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับประเทศไทยด้วย แต่ปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งส่งเสริมและยกระดับให้แก่ ผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้าง ก็คือ การพัฒนาศักยภาพด้านภาษา และการขับเคลื่อนให้ธุรกิจก่อสร้างในประเทศไทยมีหน่วยงานหรือองค์กรสำคัญในการทำหน้าที่ขึ้นทะเบียนธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เพื่อให้ธุรกิจก่อสร้างมีการดำเนินงานอย่างมีทิศทางที่ชัดเจน และความเข้มแข็งในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันจากผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น

Tags:

สภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้างเอื้อให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อย

August 25th, 2015

06

งานก่อสร้างนับว่าเป็นประเภทกิจการที่มีอัตราการประสบอันตรายสูงอย่างต่อเนื่อง อาจเนื่องจากลักษณะเฉพาะของกิจการประเภทนี้ คือ เป็นการปฏิบัติในที่โล่งแจ้ง ต้องสัมผัสความร้อนและฝุ่นละอองได้ง่าย และต้องมีการเร่งงานเพื่อให้ทันสัญญาจ้าง มีการใช้งานคนงานไร้ฝีมือเป็นจำนวนมาก มีการเข้า-ออกของคนงานสูง ประกอบกับสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง รวมทั้งการอบรมให้ความรู้แก่คนงานในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานยังไม่ทั่วถึง จึงทำให้งานก่อสร้างเป็นสภาพงานที่เอื้อให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อย อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในงานก่อสร้าง ได้แก่ เกิดจากการปฏิบัติงานของคนงานก่อสร้าง การแต่งกายไม่รัดกุม สวมใส่รองเท้าแตะ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่สวมใส่เข็มขัดนิรภัยขณะทำงานที่สูง หรือมีการหยอกล้อกันในขณะปฏิบัติงาน อุบัติเหตุที่เกิดในงานก่อสร้างลักษณะของอุบัติเหตุจะมีความแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของงานก่อสร้าง เช่น งานก่อสร้างถนน ลักษณะของการเกิดอุบัติเหตุมักจะเกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องจักร งานก่อสร้างอาคารสูง การทำงานในที่สูง ลักษณะของอุบัติเหตุ มักเกิดจากการพลักตกจากที่สูง เช่น ตกจากนั่งร้าน ,บันได หรือวัตถุหล่นใส่

การทำงานโครงสร้างชั่วคราวลักษณะของอุบัติเหตุมักเกิดจากการพังทลายของโครงสร้างชั่วคราว เช่น นั่งร้าน กำแพงกันดิน เป็นต้นการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ ลักษณะของอุบัติเหตุ จะเกี่ยวข้องกับเครื่องจักรกลล้มหรือพังทลายการใช้เครื่องมือและเครื่องกล ลักษณะของอุบัติเหตุ จะเกิดจากเครื่องมือที่ชำรุดหรือใช้งานไม่ถูกวิธีการใช้ไฟฟ้าชั่วคราว อุบัติเหตุมักเกิดจากการถูกไฟฟ้าช็อต สายไฟชำรุด ไม่มีการระบบการตัดวงจรไฟฟ้าการขนส่งและลำเลียงวัสดุและอุปกรณ์ อุบัติเหตุเกิดจากการเคลื่อนย้ายวัสดุ เช่น อิฐ หิน ไม้ ตกลงมาจากที่สูง การเก็บและวางสิ่งของ ลักษณะของการเกิดอุบัติเหตุ คือการสะดุดล้ม เหยียบตะปู เป็นต้นการดูแลรักษาความสะอาด ลักษณะอุบัติเหตุมักเกิดจากคราบน้ำมัน,น้ำขัง ทำให้ลื่นล้มการทำงานในที่อับอากาศ เกิดจากการขาดอากาศหรือมีแก๊สพิษ เกิดการระเบิด เป็นต้น อุบัติเหตุที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมในการทำงาน คนงานก่อสร้างต้องพบกับสภาพเแวดล้อมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น เสียงดัง แสงจ้าหรือแสงน้อยจนเกินไป ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ควัน กลิ่น เสียงที่ดังมากเกินไป

อันตรายที่เกิดขึ้นในการก่อสร้างในปัจจุบันที่เราควรระมัดระวัง

July 28th, 2015

6

อันตรายที่เกิดขึ้นในการก่อสร้าง หมายถึง อันตรายที่เกิดขึ้นในการก่อสร้างที่เป็นอาคารใหม่ และมาจากการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือซ่อมแซมอาคารสถานที่เดิม เช่น งานทาสี งานตกแต่งภายใน หรืองานรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ทั้งนี้ผู้ทำการก่อสร้าง ผู้รับเหมาช่วง หรือตัวแทนเจ้าของโครงการ และวิศวกรที่ปรึกษาจะต้องตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และมุ่งเน้นให้มีการป้องกันอันตรายตลอดจนเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยแก่คนงาน และผู้ปฏิบัติการงานภาคสนามที่อยู่ในสภาพแวดล้อมซึ่งไม่ถูกสุขลักษณะและเสี่ยงอันตราย ให้มีสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในชีวิตของผู้ปฏิบัติงานหรือผู้เกี่ยวข้อง แทนที่จะตามแก้ไขปัญหาเมื่ออุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นแล้ว เพราะผลกระทบและความเสียหายที่ตามมาจะมีมาก

ผู้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาในเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุ และการรักษาความปลอดภัยในงานก่อสร้าง ดังนี้ ต้องกำหนดให้ผู้ทำการก่อสร้างเตรียมมาตรการป้องกันความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้างและรักษาระเบียบปฏิบัติต่างๆเรื่องความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องต้องกำหนดให้มีการตรวจสอบสภาพหน้างานตลอดจนอุปกรณ์และเครื่องจักรต่างๆที่ใช้อย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา อีกทั้งจะต้องมอบหมายให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้างเป็นผู้รับผิดชอบควบคุม ดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานกำหนดตลอดระยะเวลาการก่อสร้างต้องจัดสรรเครื่องจักรกล เครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ให้ถูกต้องเหมาะสมกับการใช้งาน ตามประเภทและลักษณะงานนั้นๆ ต้องฝึกอบรมช่างผู้ปฏิบัติงานให้สามารถใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างถูกวิธี

การปฏิบัติงานที่ไม่ปลอดภัย เป็นอันตรายที่เกิดจากการปฏิบัติงานของคนงานก่อสร้างอย่างไม่คำนึงถึงความปลอดภัย อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะสาเหตุนี้ ซึ่งผู้มีส่วนร่วมรับผิดชอบคือ หัวหน้างานและตัวคนงานเอง เช่น การใช้เครื่องมือ เครื่องจักรทำงานโดยพลการ หรือไม่ได้รับมอบหมาย ไม่เข้าใจวิธีใช้งานเครื่องมือเครื่องจักรอย่างถูกต้อง ไม่สนใจคำเตือนต่างๆ ประมาทเลินเล่อ เล่นหรือหยอกล้อกันขณะปฏิบัติงาน เป็นต้น สภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ได้แก่ เงื่อนไขต่างๆนอกจากตัวบุคคลที่อาจ ทำให้เกิดอันตรายในการทำงาน ซึ่งสามารถแยกย่อยออกไปได้อีก 2 กรณี อุบัติเหตุที่เกิดจากลักษณะของงานก่อสร้างแต่ละประเภท เช่น อาคารขนาดเล็กอาจมีปัญหาเรื่องการพลัดตกจากที่สูง นั่งร้านพัง วัสดุตกใส่คนงาน อาคารขนาดใหญ่อาจมีปัญหาดินถล่มขณะทำการก่อสร้างชั้นใต้ดิน นั่งร้านหรือค้ำยันพัง อาคารที่ก่อสร้างด้วยระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูปที่ใช้ปั้นจั่นยก อาจมีอันตรายจากการประกอบชิ้นส่วนเป็นต้นว่า ปั้นจั่นเหวี่ยงถูกคนหรือสิ่งก่อสร้าง ลวดสลิงขาด หรือใช้ลวดสลิงไม่ถูกวิธี

วิธีการเลือกบริษัทรับเหมาก่อสร้างให้ได้คุณภาพ

June 28th, 2015

การเลือกบริษัทในการก่อสร้างอาคารหรือบ้านนั้น ต้องคำนึงถึงคุณภาพ เพื่อให้ได้บ้านที่มีคุณภาพ โดยการว่าจ้างในการก่อสร้างมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ แบบแรกเจ้าของช่างจะมองหาช่างที่รู้จัก และจ้างเฉพาะค่าแรง ส่วนวัสดุในการก่อสร้างผู้ว่าจ้างเป็นคนซื้อด้วยตนเอง การว่าจ้างโดยวิธีนี้เจ้าของบ้านคิดว่าจะสามารถควบคุมค่าจ้างได้ในราคาค่อนข้างถูก คุมค่าใช้จ่ายได้ค่อนข้างดี เพราะสามารถเลือกหาซื้อวัสดุในราคาที่ตนมีกำลังซื้อ วิธีการว่าจ้างอีกอย่างหนึ่งก็คือ ให้ช่างเป็นผู้รับเหมาทั้งค่าแรงและค่าวัสดุ วิธีนี้อาจจะจ้างได้ในราคาต่ำที่เจ้าของบ้านพอใจ แต่จะมีปัญหาตามมาเช่นกัน เช่น ไม่สามารถควบคุมมาตรฐานของการก่อสร้างได้ เพราะช่างแต่ละคนมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน และอาจจะไม่ได้แสดงรายการวัสดุให้เจ้าของบ้านเห็นล่วงหน้า และที่สำคัญคืองบประมาณมีโอกาสบานปลายได้เพระไม่มีการวางแผนที่ดีดังกล่าว บริการอีกอย่างหนึ่งที่ลูกค้าจะได้รับ เมื่อสร้างบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้านก็คือ การรับประกันผลงาน หากเป็นบริษัทที่มีมาตรฐานสูงและมีความเป็นมืออาชีพ จะมีเงื่อนไขและระยะเวลาของการรับประกันผลงานที่ลูกค้าจะได้รับประโยชน์มาก เช่น มีระยะเวลาการรับประกันผลงานนานถึง 15 ปี ในปัจจุบันมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างเกิดขึ้นมากมาย ผู้บริโภคจึงต้องเลือกบริษัทที่เป็นมาตรฐานเพื่อให้คุ้มค่ากลับเงินที่สูญเสียไป การเลือกบริษัทก่อสร้างให้ได้คณภาพ มีดังนี้

1.บริษัทต้องมีทีมงานมืออาชีพ โดยบริษัทรับสร้างบ้านที่มีมาตรฐานจะต้องมีสถาปนิกและวิศวกรประจำบริษัท เพราะจะทำให้สามารถออกแบบ ควบคุมการก่อสร้าง และให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าได้ตั้งแต่ก่อนการก่อสร้าง จนกระทั่งการก่อสร้างแล้วเสร็จ

2. บริษัทต้องศึกษาและพัฒนาเทคโนโยลีในการก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ บริษัทจึงต้องติดตามและนำเทคโนโยลีใหม่ๆ มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้าและสังคมโดยรวม เช่น นำเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ประหยัดพลังงานมาใช้

3. บริษัทควรมีแบบบ้านให้ลูกค้าเลือกได้หลากหลาย เพื่อที่จะสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างไม่จำกัด

4. บริษัทควรสามารถเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้มากที่สุด เช่น การมีสาขาของบริษัทที่อยู่ใกล้กับสถานที่ก่อสร้างเพื่อให้สามารถตรวจสอบควบคุมและตรวจสอบคุณภาพของการก่อสร้างได้อย่างใกล้ชิด

5. การบริการก่อนและหลังการขาย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกบริษัทอีกอย่างหนึ่งคือ การบริการก่อนและหลังการขาย ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ว่าบริษัทใดให้บริการก่อนและหลังการขายได้คุ้มค่ากว่า

Tags:

« Previous Entries